REPORT งาน Movies Carnival (16/06/56)

posted on 21 Jun 2013 20:05 by canine directory Entertainment
ไม่คิดว่าจะได้เข้ามาใช้บริการ exteen อีก เพราะพักหลัง...ก็อย่างที่ทราบ ^^;; แต่เอาเถอะ ยังไงตอนนี้มันก็เป็นที่เดียวที่สามารถเขียนอะไรได้ยาว ๆ (และไม่มีเพื่อนพ้องพี่น้องที่ทำงานมาเห็น) น่ะนะ
 
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (16 มิ.ย. 56) ไปงาน movies carnival มาละค่ะ
 
ถ้าคุณไม่ทราบ movies carnival เป็นงาน only event ที่ว่าด้วยหนังหรือซีรีส์จากฝั่งตะวันตกโดยเฉพาะ...เป็นงานที่ข้าพเจ้าตั้งหน้าตั้งตารอคอยเป็นพิเศษ เนื่องจากเพิ่งเริ่มหันมาเสพหนังหรือซีรีส์ได้ไม่นาน (โดยความอนุเคราะห์ของท่าน @sarren ที่ไม่เพียงหาหนังและซีรีส์หลายเรื่องมาให้ แต่ยังเขย่าจนตาเหล่ให้รีบดูแล้วมาร่วมวงศ์วานเดียวกันเสียด้วย แต่น่าแปลกนักที่ท่าน Sarren เห็นผู้ใดเมะ ข้าพเจ้าต้องเห็นเป็นเคะร่ำไป) แล้วก็เลยอยากได้โดจินของหนังที่เริ่มชอบ หรือตั้งท่าว่าจะชอบ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ดู...สรุปก็คือ ตั้งใจจะไปสอยโด Avengers, HOBBIT, Hannibal และ Star Trek นั่นเอง
 
...ไม่เหมือนงานอื่นที่เคยไป เพราะงานอื่น ๆ นั้น อย่างมากข้าพเจ้าก็รีบไปแต่เช้า บุกเข้าตีบูธต่าง ๆ ด้วยอาการลอยชายพอประมาณ ชะโงกบูธนั้น ออกบูธนี้อย่างสำราญบานใจ อันไหนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะอยากได้ไหม วาดสวยหรือเปล่าหว่า ก็มีเก็บไว้เดี๋ยวเดินมาดูอีกรอบตอนตังค์เหลือ แต่งาน Movies Carnival เป็นงานที่ส่อเค้าหายนะ (สำหรับนักล่าโด) มาตั้งแต่เริ่ม ๆ กล่าวคือ ในขณะที่งานการ์ตูนปกติมีงานจากหลากหลาย fandom มาวางขาย สำหรับแฟนเกิร์ลบ้าง แฟนบอยบ้าง กระจาย ๆ ความสนใจกันไป งานนี้กลับพุ่งเป้าตรงประเด็นไปที่หนังและซีรีส์ตะวันตก ทุกคนที่มาจึงมีเป้าหมายอย่างเดียวกันเกือบ 100% แถมกลุ่มผู้ผลิตโดงานนี้ก็ยังไม่รู้จะขายได้ขายดีแค่ไหน แต่ละคนเลยทำออกมากัน 30 เล่มบ้าง 50 เล่มบ้างเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ยิ่งใกล้วันงานมากขึ้นเท่าไหร่ กลุ่มนักล่าโดยิ่ง PANIC กันขึ้นเท่านั้น เพราะกลัวจะไม่ทัน แน่นอนข้าพเจ้าก็เช่นกัน จากที่เคยเดินชิว ๆ ก็ต้องหาแผนผังบูธ และลิสต์กันอุตลุดว่าจะต้องวิ่งควายไปบูธไหนก่อน เล่มไหนที่ยังไงก็ต้องซื้อให้ได้ เล่มไหนที่พอจะตัดใจได้ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยประสบมาก่อน และไม่อยากประสบอีกแล้ว T^T
 
อย่างที่กล่าวแล้ว ว่าตั้งใจไปซื้อ 4 fandom คือ Avengers, HOBBIT, Hannibal และ Star Trek ซึ่งเป็น fandom ใหญ่ทั้ง 4 fandom เลย ดังนั้นพอลิสต์แผนผังบูธแล้วเลยต้องกุมขมับ เพราะแม่ม! เกือบทุกบูธเลยนี่หว่า! ได้รับคำแนะนำให้หาเพื่อนร่วมทีมสำหรับแบ่งกันวิ่ง แต่เนื่องจากข้าพเจ้าปราศจากพันธมิตร มีอยู่บ้างก็เป็นเพื่อน ๆ ท่าน Sarren แต่พวกเขาก็ไม่ได้เข้าทุกบูธ จะฝากซื้อบูธที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้าอยู่แล้วก็เกรงใจ สุดท้ายก็เลยฝากซื้อแค่ mini theater เล่มเดียว แล้วบูธอื่น ๆ ก็จะอาศัยแรงควายแรงใจวิ่งเอาเอง
 
เตรียมตัวก่อนวันงานมาเป็นอย่างดี ด้วยการงดออกกำลังกาย (ฮา คือถ้าเจ็บกล้ามเนื้อมันจะวิ่งไมได้ไง) และแลกตังค์มาเตรียมพร้อม แบงค์ยี่สิบได้มาจากการบีบบังคับแม่ค้าโรงอาหารและร้านกาแฟเจ้าประจำขอแลกมาตอนเย็น ๆ (แน่นอน หลังจากไปแลกเป็นวันที่สิบก็ถูกเกลียดขี้หน้า) และแบงค์ร้อยได้มาจากการยืนกด ATM ทีละ 400 บาท เล่นเอามือหงิกไปเลยทีเดียว
 
และแล้วเราก็พร้อมสำหรับงาน movies carnival
 
เนื่องจากเป็นคนไม่เอาอ่าวเรื่องทิศทางเป็นที่ยิ่ง เลยตัดสินใจทิ้งรถไว้บ้านแล้วขึ้นรถไฟฟ้าไปกับท่าน Sarren (และทิ้งภาระเรื่องการเดินดูทางให้ท่าน Sarren รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว) ตอนแรกจะนัดกันซัก 8 โมงครึ่ง แต่หลังจากได้ยินกิติศัพท์เรื่องมหกรรมการวิ่งควาย + ได้ข่าวว่าจะเปิดให้ขึ้นตึกตอน 8 โมงครึ่ง เราเลยเลื่อนเวลานัดกันมาเป็น 7 โมงครึ่ง นัดสถานที่พบกันเสร็จสรรพ ทว่าไปรอกันคนละฝั่งถนน กว่าจะได้เจอกันเลยเกือบ 8 โมงแล้ว
 
ทะยานขึ้นรถไฟฟ้ากันไปอย่างเร่งรีบ
 
ทันทีที่ลงจากรถไฟฟ้า เราก็เจอสาวชุดดำกลุ่มใหญ่ยืนเก้กังอยู่ที่สถานี เปล่งออร่าแฟนเกิร์ลสะพรั่งมาก เลยทักทายกันนิดหน่อย แล้วก็เดินตามแผนที่ (ที่ชื่อ Sarren) ไปจนถึงสถานที่จัดงาน ผ่าน max value เลยซื้อข้าวมาคนละกล่อง ด้วยความรีบก็เลยไม่ได้เวฟ เอามาทั้งเย็น ๆ อย่างนั้นเลย พอมาถึงหน้าลิฟต์ ก็มีคุณพนักงานประจำลิฟต์ถามว่า มางานการ์ตูนใช่ไหมคะ? เชิญชั้น 35 เลย พอขึ้นไป ใจแป้วเลยทีเดียวเพราะมีคนนั่งรออยู่ยาวพอสมควรแล้ว พอเราไปต่อคิวก็เป็นขดที่สองแล้ว ก็นั่งกินข้าวกัน รอเวลากันไป
 
พอคนเริ่มมาเยอะ สตาฟงานก็บอกให้ลุกขึ้นยืนเป็นแถวแล้วขยับ ๆ มาชิดกันหน่อย จะได้มีที่ต่อแถว ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร คนยิ่งเยอะขึ้นเท่านั้น เยอะจนน่าตกใจ พอใกล้เวลาก็เลื่อนแถวเข้าไปซื้อบัตร ฮาตรงมีการ count down รอเวลาเปิดประตูงานด้วย เป็นการเริ่มงานที่ครื้นเครงที่สุด และตื่นเต้นที่สุดเท่าที่เคยไปเลยทีเดียว
 
ทันทีที่ประตูเปิด คนก็กรูกันเข้าไป แล้วก็ต่างคนต่างวิ่งควายตามแผนการที่วางมา ข้าพเจ้าเองก็วิ่งไปหาบูธ B1 แล้วไล่ซื้อเรียงไป เนื่องจากไม่ได้ไปงานการ์ตูนมาก่อนหน้านี้เลย เลยซื้อทุกเล่มที่เป็น 4 fandom หลักที่กล่าวแล้ว เลยดูเหมือนเยอะมาก บูธส่วนใหญ่ไม่มีถุงให้ เลยต้องหอบ ปากคาบถุงใส่สตางค์ (ไม่ใส่กระเป๋า จะได้หยิบสะดวก) มือขวาคว้าโดใหม่ มือซ้ายหนีบโดที่ซื้อแล้ว พะรุงพะรังอยู่ท่ามกลางโกลาหลรณภู
 
ไล่ซื้อทีละบูธไปจนถึงโซน C ปรากฏว่า ในขณะกำลังจะก้าวเข้าบูธคุณมาโช ก็ได้ยินเสียงประกาศว่า โด Hannibal ของบูธคุณมาโชหมดแล้ว ในสิริเวลาประมาณ...ไม่น่าจะถึงสิบนาที...แล้วจากนั้นเสียงประกาศโดบูธนั้นหมด บูธนี้หมดก็แทรกขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็นระยะไม่ขาดสาย
 
กรี๊ดสิคะทีนี้
 
ใครที่วางแผนมาดิบดี มาเสียศูนย์กันก็คราวนี้ ทิ้งแผนวิ่งเข้าบูธที่ใกล้ที่สุดก่อนกันเป็นโกลาหล แถวเริ่มยาวขึ้นเรื่อย ๆ บางทีคนต่อท้ายแถวไม่รู้ว่าตัวเองต่อแถวอะไร แต่แถวมันยาวดีเลยต่อ เพราะต้องเป็นเรื่องดังแน่ ก็มี ข้าพเจ้าเริ่มเข้าไม่ถึงบูธมากขึ้นเรื่อย ๆ โดที่หมายตาไว้ก็หมดไปมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดก็ย้อนกลับมาถึงบูธ A1 ด้วยอาการยับเยินสุด ๆ และไม่ได้โดอีกตั้งหลายเล่ม *แง*
 
แล้วก็เลยลงนั่งดูสตาฟพาเล่นเกม และดูคลิปที่แฟน ๆ ทางบ้านตัดต่อ อยากบอกว่าชอบอันนี้มากกกกก โดยเฉพาะนาทีที่ 1.25
 
 
 
ได้ยินใครสักคนพูดว่าเสียงกรี๊ดแฟนเกิร์ลดังลงไปถึงชั้น 1 555 จริงเท็จขึ้นอยู่กับผู้เล่า
 
ในงานนี้ได้เจอท่านสาวเอลฟ์ @gallantfoal และพี่ Dabadee (ไม่นับท่านเศษใบไม้ @reafre และคุณ Amethyst ทีเป็นเจ้าหน้าที่ขายบัตร) ด้วย แต่ได้ทักทายกันแค่นิดหน่อย ท่านสาวเอลฟ์ก็หนีไปดูนมพี่ซุปฯ
 
ข้าพเจ้าอยู่ในงานอีกไม่นาน หลังจากส่องเหนียงสม๊อกจาก Trailer HOBBIT แล้วก็ออกมาหาอะไรกินกับเพื่อน ๆ ท่าน Sarren แล้วก็กลับบ้านค่ะ
 
พูดถึงงานนี้ ยอมรับว่าประทับใจมากกกก ค่ะ สนุกมาก ตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานเลย เพราะสตาฟขยันหากิจกรรมโน่นนี่มาจัดให้ความสนใจเพิ่มขึ้น เช่นกิจกรรมพรมแดง (สนใจเพิ่มขึ้นจริง ๆ คือดูพรมแดงไปทีละอัน จากที่คิดว่าอยากไปแฮะงานนี้ ก็กลายเป็นไปดีกว่า และต้องไปให้ได้! ขึ้นมาจนได้) ประกอบกับบรรยากาศช่วงโค้งสุดท้ายของงาน การวิ่งควายสนุกมาก 555 แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากวิ่งอีกแล้ว อยากได้ทุกเล่มที่อยากซื้อมากกว่า แต่ก็เข้าใจเซอร์เคิลนะ ข้าพเจ้าเองก็ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้เหมือนกัน งานแน่นเบียดอัดใช้พื้นที่คุ้มค่าทุกตารางนิ้วมาก
 
อยากฝากความคิดเห็นถึงเซอร์เคิลนิดนึง จากประสบการณ์การไปซื้อโดในงานครั้งนี้นะคะ ก็อาจเป็นสิ่งที่บางเซอร์เคิลก็ทำอยู่แล้วน่ะนะ
 
1. เตรียมตังค์ทอนให้พร้อม เอาไว้ในภาชนะที่หยิบได้สะดวก : ยังมีบางบูธลืมเตรียมตังค์ทอนอยู่นะคะ
 
2. ตั้งราคาโดเป็นราคาที่หยิบเงินได้ง่าย : มีบางบูธตั้งราคาลงท้ายด้วย 9 บาทด้วยละ เลยเสียเวลาตรงทอนเงินเยอะเลย อันที่จริงกลยุทธ์ 9 บาท ทำให้เห็นเหมือนถูกเนี่ยไม่จำเป็นสำหรับงานโดเลยนะ เพราะเท่าไหร่ก็ซื้อ 555 (แต่ถ้าตั้งเอาฤกษ์เอาชัยอะไรอย่างนั้นก็อีกเรื่องนึง) อันที่จริงตั้งราคาที่ลงท้ายด้วย 10 บาทก็ลำบากเหมือนกัน ถ้าเป็นหลักที่ใช้แบงค์ยี่สิบจ่ายได้ทีเดียวเลยจะสะดวกมากกว่า
 
3. อย่าลืมเครื่องคิดเลข : โทรศัพท์มือถือหรือไอแพดอาจใช้แทนได้ แต่ก็เปิดฟังก์ชันมันไว้ก่อนที่ลูกค้าจะวิ่งไปถึงบูธก็ดีนะคะ
 
...และสุดท้าย ถ้าเป็นไปได้...เพิ่มยอดกันมากกว่านี้หน่อยนะคะ T^T
 
ป.ล. ขออภัย ไม่มีรูปถ่ายในงานเลยเพราะไม่ได้เอากล้องไป แค่ถือโดจินก็แทบจะต้องเอาปากคาบอยู่ละ 555
 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านจบแล้วค่ะ เฮ ขอบคุณที่เขียนมาให้อ่านสนุกมากเลยค่ะ   ทำเอาขี้เกียจเขียนของตัวเองเลย << เฮ้ย หลายเรื่องอ่านแล้วโดนใจยิงนัก ซึ่งคงเห็นที่เราทวิตไปละ
งานนี้นอกจากเรืองเสียง ก็คงเรื่องสลัมแออัดในนั้นแหละค่ะ ต่อแถวกันไม่รู้เรื่องหมดเลย พรากก T^T ตอนนี้เห็นชัดเลยว่าใครเป็นเซอกำแพง ใครควรจับไปตั้งห่างๆ กัน แต่นั่นแหละ ที่นี่ความกว้างไม่สามารถจับให้อยู่ห่างๆ กันได้เลยอ่ะ พรากก
ขอบคุณสำหรับรีพอร์ตสนุกๆ นะคะ อยากอ่านอะไรแบบนี้แหละ

#1 By chibi on 2013-06-21 22:00