ชายผู้ติดอยู่ในลิฟต์นาน 41 ชั่วโมง
posted on 01 Jun 2008 13:27 by canineจาก กระทู้นี้ ที่หว้ากอค่ะ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 1999 เวลาประมาณ 11 นาฬิกาในลิฟต์หมายเลข 30 ของตึก McGraw-Hill ในนิวยอร์ค
Production Manager วัย 34 Nicholas White ได้ลงจาก office มาเพื่อพักสูบบุหรี่ หลังสูบเรียบร้อยแล้ว White ได้ขึ้นลิฟต์ด่วนหมายเลข 30 (ลิฟต์ตัวนี้จะเริ่มจอดที่ชั้น 39 เป็นต้นไปเท่านั้น) เพื่อที่จะกลับไป office ของเขาซึ่งอยู่ชั้น 43
และติดอยู่ในนั้น 41 ชั่วโมง!
(สำหรับท่านที่เข้า Youtube ไม่ได้ เข้าที่นี่นะคะ)
ลิฟต์เกิดขัดข้อง และหยุดทำงานที่ประมาณชั้น 13 อย่างที่กล่าวแล้วว่าลิฟต์จะไม่เปิดที่ชั้นต่ำกว่า 39 ดังนั้นเมื่อ White พยายามแหวกประตูลิฟต์เปิดออก สิ่งที่เขาพบก็มีเพียงแค่กำแพงคอนกรีตที่ไร้รูเปิด เขาไม่มีนาฬิกา ไม่มีโทรศัพท์มือถือ สัญญาณฉุกเฉินที่เขากดดังกึกก้อง แต่ปราศจากการตอบสนอง
เขาอยู่เพียงลำพังในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ล้อมกรอบด้วยกำแพงคอนกรีต โดยที่ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร และไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะมีคนมาช่วย จนกระทั่ง 41 ชั่วโมงผ่านไป
...
....
.....
!?!
กลัวง่ะ!!!!
เชื่อว่าทุกคนคงจะแอบเคยมีจินตนาการสยองเล็ก ๆ เวลาขึ้นลิฟต์ ว่าถ้าเกิดมันค้างขึ้นมา แล้วต้องติดอยู่ในนั้นนาน ๆ เป็นชั่วโมง เป็นวัน หรืออาจจะจนกว่าจะตายกันบ้างแน่ ๆ แต่ส่วนใหญ่ก็คงปัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็วด้วยคิดว่านั่นเป็นเพียงความเพ้อเจ้อเลื่อนเปื้อนจากความรู้สึกไม่สบายใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เวลาเข้าไปอยู่ในที่แคบ ๆ เท่านั้น ต่อให้ลิฟต์ค้างจริง ก็คงจะมีคนมาช่วยภายในเวลาไม่เกินชั่วโมงแน่ ๆ ใครจะไปคิดกันล่ะว่าจะมีเหตุการณ์คนติดอยู่ในลิฟต์นานตั้งเกือบสองวันเต็ม ๆ ในมหานครนิวยอร์ค (อันที่จริงมันอาจจะเป็นโชคดีก็ได้ที่เป็นนิวยอร์ค ถ้าเป็นประเทศไทย ติดอยู่วันศุกร์แบบนี้ กว่าจะมีคนมารู้อีกทีสงสัยวันจันทร์โน่นแหละ)
อันที่จริงในคลิปมันก็ไม่มีอะไรเลย นอกจากภาพผู้ชายคนหนึ่งเดินไปเดินมา จิ้มนั่นจิ้มนี่ ปีนป่าย ไม่ก็แซะหน้าประตู แต่ทำไมไม่รู้ รู้สึกมันหลอนจริง ๆ เพลงก็เข้ากับบรรยากาศจนน่าเตะคนทำ
ยิ่งช่วงชั่วโมงท้าย ๆ ยิ่งรู้สึกเลยว่ามันสุดจะทนแล้ว
ไม่มีอะไรเลวร้ายยิ่งไปกว่าการรอคอยที่มองไม่เห็นอนาคตในพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่จำกัดแบบนั้นเลยจริง ๆ
(สำหรับข้าพเจ้าซึ่งเป็น claustrophobia คงจะเริ่มคลั่งตั้งแต่ชั่วโมงแรก แล้วก็เริ่มฆ่าตัวตายในชั่วโมงที่สามแน่ ๆ พอครบ 41 ชั่วโมงมีคนเปิดประตูให้ ก็ขึ้นอืดกำลังกินพอดี)
ต่อแต่นี้เป็นต้นไป ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริง ๆ ข้าพเจ้าคงเลิกขึ้นลิฟต์ แล้วอาศัยเดินขึ้นบันไดแทนแล้วละ
(ไปอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่นี่ค่ะ น่าตกใจมากที่ลิฟต์ของเวิลด์เทรดเซนเตอร์มีคนตายมาแล้วเป็นร้อย มีแบบ Decapitation ด้วยอะ ปรื๋อวว์
)
พูดถึงเรื่องลิฟต์ ก็นึกถึงเรื่องสยึย (ยังไม่สยอง) เรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ คือที่คณะข้าพเจ้ามีลิฟต์สองตัว ตามปกติในตอนเย็น เมื่อคนออกไปจากคณะหมดแล้ว พี่ยามก็จะล็อคลิฟต์เอาไว้ที่ชั้นหนึ่ง และจะปลดล็อคอีกทีในตอนเช้า ทีนี้อยู่มาวันหนึ่ง แกเกิดลืมล็อคลิฟต์ พอถึงตอนเช้า แกก็กดปุ่มด้านหน้าลิฟต์ชั้นหนึ่งให้ประตูเปิด แล้วก้าวเข้าไปเลยโดยไม่ได้ดูเหมือนทุกวัน เพราะเข้าใจว่าลิฟต์อยู่ที่ชั้นหนึ่ง แต่ในวันนั้น ลิฟต์ไม่ได้อยู่ที่ชั้นหนึ่ง เมื่อแกก้าวเข้าไป แกก็หล่นตุ้บลงไปในช่องลิฟต์ และร่วงลงไปชั้นใต้ดิน (โชคดีที่ไม่สูงมากนัก...ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่มีลิฟต์อยู่ที่ชั้นนั้นแล้วประตูลิฟต์จึงเปิดได้ เข้าใจว่าการเปิดประตูลิฟต์ที่ล็อคค้างไว้อาจไม่ใช่การกดปุ่มเปิดแบบปกติ?) โดยที่ไม่มีใครเห็น
ข้าพเจ้ามาเรียนในตอนเช้า เห็นคนมุงอยู่หน้าลิฟต์ แต่ละคนเลิ่กลั่กงุนงง ได้ยินเสียงคนตะโกนอะไรแว่ว ๆ อยู่แถว ๆ ลิฟต์ แต่ไม่รู้อยู่แถวไหน ข้าพเจ้า (ผู้ซึ่งมีความเฉื่อยสูงสุด ๆ) ก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ก็ขึ้นลิฟต์ไปเรียนที่ชั้นสามตามปกติ
มารู้อีกทีว่ามียามตกลงไปในช่องลิฟต์ ก็ตอนสาย ๆ โน่นแน่ะ
ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า คุณยามถูกหิ้วปีกออกมาจากลิฟต์ในสภาพสะบักสะบอม (เอาออกมาอีท่าไหน ผู้เห็นเหตุการณ์เองก็ไม่รู้เหมือนกัน) หัวแตกเลือดอาบ ซึ่งกล่าวกันภายหลังว่าเกิดเพราะลิฟต์เลื่อนลงมากระแทกหัว (หยา...ใช่ตอนที่ข้าพเจ้ากดเรียกลิฟต์หรือเปล่าเนี่ย??) โชคดีนักหนาที่ไม่มีอาจารย์ขับรถเข้ามา แล้วเรียกลิฟต์จากชั้นใต้ดิน...ไม่งั้นละก็...
ลิฟต์นี่เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งฝันร้ายจริง ๆ เลยนะ
ป.ล. พี่ยามไม่ตายค่ะ กลับมาทำงานเรียบร้อยนานแล้ว

#1 By [Blog]-`Nutty.,* on 2008-06-01 14:35